เมือวันที่ 10 ธ.ค.2563 น.ส.ปิยะนุช อายุ 22 ปี ผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี หลังไปตรวจร่างกายและนำใบรับรองแพทย์มายืนยัน พร้อมให้การว่า ตนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อนเกิดเหตุตนกับแฟนหนุ่ม ได้ชวนเพื่อนรวม 7 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไปดูคอนเสิร์ตในงานประจำปีทุ่งศรีเมือง ซึ่งต่างคนต่างสนุกสนานกอดคอกันเต้น และไม่มีเหตุทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นหน้าเวทีคอนเสิร์ตแต่อย่างใด
จนกระทั่งคอนเสิร์ตเลิกตนและแฟนได้เดินออกมายืนรอเพื่อนด้านนอก ต่อมาผู้ก่อเหตุได้เดินมา และพูดเป็นภาษาอีสานกับแฟนตนว่า “มึงคือมาดแท้” จากนั้นก็ชกแฟนตน 2 หมัดที่ปากและขมับด้านซ้ายจนล้มลงเลือดไหลกลบปาก ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันก่อน ตนจึงเดินตามไปถามว่า “มาต่อยแฟนหนูทำไม ไปโมโหใครมา” ผู้ชายคนดังกล่าวก็ยืนยิ้ม จึงทำให้ตนโมโหและพูดคำหยาบใส่ผู้ก่อเหตุจึงเตะและชกตนจนล้มลง ปากแตก ฟันโยก เลือดกำเดาไหล โดยมีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วย
ล่าสุด พ.ต.ต.ธนนท์ ศรีกงพาน สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ควบคุมตัว นายจุมพล น้อยกันยา หรืออั๋น อายุ 24 ปี จากบ้านพักมาสอบสวน โดยนายจุมพลให้การว่า ที่ทำลงไปเพราะความเมาและอยากขอโทษในสิ่งที่ทำลงไป ส่วนสาเหตุเป็นเพราะแฟนหนุ่มผู้หญิงเต้นท่ากวนบาทา อยู่หน้าเวทีคอนเสิร์ต เป็นจังหวะที่กำลังจะกลับบ้านเดินผ่านมาเห็น จึงต่อยไปสองครั้ง ก่อนที่ผู้หญิงจะเดินเข้ามาต่อว่าชี้หน้าด่า พร้อมกับเอารองเท้าฟาดใส่หน้า ตนจึงแตะและต่อยจนผู้หญิงล้มลงกับพื้น ก่อนมีตำรวจมาควบคุมตัวที่บ้านพัก
ต่อมาตำรวจได้เชิญตัวทั้งสองฝ่ายมาปรับความเข้าใจขอโทษกัน โดยนายจุมพลฯ ได้สำนึกผิดยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายทั้งสองคน ขณะที่ผู้เสียหายก็ยกมือรับและให้อภัย และยอมรับผิดและขอโทษที่เต้นด้วยท่ากวน พร้อมขอให้นายจุมพลฯ อย่าใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นโดยเฉพาะลูกผู้หญิง โดยนายจุมพลฯก็ยอมรับปากว่าจะไม่ทำอีก แต่ในเรื่องคดีความก็ดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีอาญายอมความไม่ได้ ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา”ทำร้ายร่างกายผู้อื่น” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป