เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 พ.ย.2563 ที่ห้องแกรนด์ฮอลล์ โรงแรม ดิแอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล สถานที่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสระหว่าง ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ นักแสดงสาว วัย 36 ปี กับ ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้องหนุ่มชื่อดัง วัย 41 ปี หลังทั้งคู่คบหากันมานานถึง 10 ปี ก่อนที่ฝ่ายชายจะทำเซอร์ไพรส์ขอฝ่ายหญิงแต่งงานไปเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความยินดีของครอบครัว เพื่อนพี่น้อง และแฟนคลับ
สำหรับพิธีมงคลสมรสในช่วงเช้าประกอบไปด้วยพิธีสงฆ์ ขบวนแห่ขันหมาก พิธีสวมแหวน และพิธีรดน้ำ ตามลำดับ
จากนั้นเวลาประมาณ 16.00 น. ตูน อาทิวราห์ และ ก้อย รัชวิน เจ้าบ่าว-เจ้าสาวป้ายแดง ได้เปิดใจให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ถึงความรู้สึกในวันสำคัญ พร้อมแพลนชีวิตครอบครัวหลังแต่งงาน
เจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดง พูดความรู้สึกในวันนี้หน่อย?
ก้อย : ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้นอนเลย พยายามข่มตาหลับ แต่พอมาถึงที่งาน ได้เจอครอบครัว ได้เจอคนที่รัก และก็เลี้ยงดูเรามาตั้งเด็ก ญาติที่ไม่เจอตั้งนาน ก็ทำให้เราฮึบขึ้นมาได้ โมเมนต์ที่เราเดินมาแล้วเห็นพ่อแม่ของเราสองคนอยู่ข้างหน้า มันเกินที่จะบรรยาย ไม่คิดว่าเราจะได้เห็นภาพในวันนี้
ย้อนกลับไปเมื่อคืนเห็นเซอร์ไพร์สกันด้วย?
ตูน : เหมือนแค่อยากมอบของขวัญให้เรา โทษทีนะครับ ที่เสียงเบา ทุกคนน่าจะชิน จริงๆ คืนก่อนแต่งงาน เขาเป็นจอมเซอร์ไพร์สอยู่แล้ว ชอบโอกาสพิเศษต่างๆ เขาจดจำ สรรหาของที่เราบ่นว่าอยากได้ เขาจะเก็บเมมโมรี่ตลอด และจะปล่อยไม้เด็ดมาตลอด เมื่อวานก็เป็นอีกวันที่ก้อยจอมเซอร์ไพร์สได้ทำงาน ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ผมชอบในตัวเขา ตลอดระยะเวลาที่คบกันมา 10 ปี เขาไม่ได้ทำเซอร์ไพร์สให้ผมคนเดียว เขามักจะจดจำวันเกิดเพื่อน ญาติหรือใครก็ตามที่อยู่ในวงโคจรชีวิตของเขา เขามักจะมอบความสุขให้คนเหล่านี้เสมอ ซึ่งต่างจากผม ผมจะเป็นคนที่ไม่สังเกตคนรอบข้างสักเท่าไร ซึ่ง 10 ปีที่ผ่านมา เราสังเกตเขาที่เขาทำให้คนอื่น มันเลยทำให้เรามามองตัวเอง แล้วอยากทำให้คนอื่นบ้าง ใส่ใจคนอื่น
แสดงว่าแพ้ทางความใส่ใจใช่ไหม?
ตูน : ผมว่าทุกคนแหละถ้าสมมติว่ามีใครสักคนที่เขาทำให้เรามีความสุขอยู่เสมอ ไม่ต้องให้ของก็ได้ แต่ทำให้เรามีความสุขระหว่างวันผมว่าใครๆ ก็แพ้ทาง
ก้อย : อย่างที่พี่ตูนบอกว่าก้อยเป็นคนชอบเซอร์ไพรส์อยู่แล้ว เวลาเห็นคนที่เรารักมีความสุขยิ้มดีใจเราก็มีความสุขตาม เลยเป็นคนชอบเซอร์ไพรส์มาแต่ไหนแต่ไร แล้วก็มันก็เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของเราทั้งคู่ ก้อยก็เหมือนอยากที่จะมีข้อความดีๆ ที่จะบอกเขาก่อนวันสำคัญแล้วก็เป็นของที่พี่ตูนอยากได้ เราก็เหมือนแอบไปหามาให้
หลังจากวันนี้ต้องใช้ชีวิตคู่ของการเป็น “สามี-ภรรยา” อย่างเป็นทางการแล้ว เกร็งหรือว่าต้องปรับตัวอะไรยังไงไหม?
ก้อย : เกร็งตอนนี้ค่ะ ตอนที่สัมภาษณ์นี่เกร็งที่สุด เราคุยกันว่ามันจะมีอะไรเปลี่ยนไปมั้ย จากแฟนขยับมาเป็นสามีภรรยา แต่ก้อยรู้สึกว่าในการปฏิบัติในความรู้สึกอาจจะเหมือนเดิม
แต่การปฏิบัติคือเราเองก็ต้องเหมือนกับเปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาในอนาคต รวมถึงเป็นแม่ คือเราต้องมีบทบาทที่มันเพิ่มเติมมากขึ้น เพราะฉะนั้นมันต้องมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ถามว่าเกร็งมั้ย ก้อยว่ามันเป็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ที่เราจะต้องเรียนรู้ แล้วก็ปรับตัวกันต่อไป เพราะว่า 10 ปีที่ผ่านมาเราก็เรียนรู้กันมาในระดับหนึ่ง พอมันเปลี่ยนไปอีกบทบาทหนึ่ง มันก็ต้องมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่น่าสนุก เหมือนเราได้สอบเลื่อนขั้นตอนนี้เราจบม.6 แล้วเรากำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย
ตูน : อย่างที่ก้อยบอกเมื่อกี้ คือเรารู้สึกว่าเราได้เรียนต่อในขั้นต่อไปของความเป็นคน คือเราคบกันมา 10 ปีเราก็เป็นแฟนกัน แล้วเราก็เป็นลูกของพ่อแม่ เรายังไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้มีลูกที่เราจะทำเพื่อเขา เราเป็นแฟนกันเราก็ยังเป็นลูกของพ่อแม่ยังเป็นเด็กอยู่เสมอ เราเลยรู้สึกว่าการแต่งงานหรือการมีครอบครัวมันคือการที่ขยับความเป็นคนของเราให้มันสมบูรณ์มากขึ้น ผมก็ตื่นเต้นที่จะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเหมือนกัน คือเราก็ซ้ำชั้นมัธยมมาหลายปีแล้วเนอะ(หัวเราะ) ซ้ำชั้นจนมาอายุ 41 แล้วเพิ่งจะได้เรียนมหาวิทยาลัย เราคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ตื่นเต้นกับความรู้สึกใหม่ๆ ตื่นเต้นในแง่ดีนะครับ ไม่ว่าสุดท้ายมันก็ต้องเจอเรื่องอะไรที่มันไม่ใช่มีแค่ด้านเดียว ไม่ใช่มีแค่ความสุขอย่างเดียว เรารู้ว่าเมื่อเจอความทุกข์ เราจะจัดการกับมันอย่างไร วันนี้เราโชคดีมากๆ หรือไม่วันที่เราไปแจกการ์ดกับผู้ใหญ่บางคน แล้วเราได้คำสอยดีๆ เราได้คำเตือนสติดีๆ จากท่านเหล่านั้นมาเก็บในคลังข้อมูลให้เราได้ใช้ คำอวยพรเหล่านี้ และคำสอนเหล่านี้แหละที่จะถูกนำไปบอกเราหรือบอกก้อยในอนาคตว่า เราจะทำมันอย่างดี เราจะทำอย่างที่ผู้ใหญ่สอน ก็ตื่นเต้นที่จะได้ขยับที่ทางของตัวเอง