เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ต.ค.25563 ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่กรีดแขนตัวเองในห้องประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า เบื้องต้นได้ให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าเข้าข้อกฎหมายอะไรบ้าง ที่ส.ส.ทำอย่างนี้ผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ซึ่งกำลังร่างเสนอ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อพิจารณาแล้วส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อถอดถอนนายวิสาร ออกจากการเป็น ส.ส.
นายสิระ กล่าวต่อว่า และในวันที่ 29 ต.ค.นี้ ตนอาจจะยื่นให้สภาสอบจริยธรรมด้วย เพราะไม่อยากให้สภาทำกันอย่างนี้ เสื่อมเสียเกียรติของส.ส. และเสื่อมเสียรัฐสภา รอยแผลเป็นของนายวิสารจะเป็นตราบาปของสภา หรือเขาอยากดังหรือไม่ก็ต้องไปพิจารณาดู ทำเป็นกระแส เพราะมีการเลือกตั้งนายก อบจ. ซึ่งลูกสาวนายวิสารจะลงสมัครนาย อบจ. เป็นการหวังผลประะโยชน์ตรงนี้หรือไม่ การที่ทำอย่างนี้ตนว่าต้องมีเป้าหมาย มีผลประโยชน์แอบแฝง
“ผมยังข้องใจที่ท่านประธานชวน ไม่ทำหน้าที่ที่จะดำเนินการอะไรหรือไม่ เหตุใดไม่มีการตรวจอาวุธก่อนเข้าห้องประชุม บอกแต่ว่าอย่าใช้อารมณ์ให้ใจเย็น ๆ เรื่องนี้ไม่ต้องมาวิเคราะห์ว่าเป็นเรื่องอารมณ์แต่เป็นเรื่องของวุฒิภาวะ ทั้งนี้ ผมมีความรู้สึกเช่นเดียว กับ ส.ส.คนอื่นว่าการที่ส.ส.เข้าห้องประชุมสภาควรตรวจสอบอาวุธหรือไม่ เผื่ออารมณ์ปวนแปรไปทำกับตัวเองก็เจ็บ แต่ถ้าไปทำกับเพื่อนสมาชิกที่นั่งข้าง ๆ ถ้าเมื่อวานนายวิสารไปทำกับบุคคลอื่น ถือว่าได้รับอันตรายอย่างร้ายแรง ท่านเตรียมการมาหรือไม่ และการทำอย่างนี้ก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร นอกจากรอยแผลเป็น และทำความเสื่อมเสียให้กับตัวท่านและสภา ท่านสมควรจะเป็นส.ส.ต่อไปหรือไม่ ก็ขอให้นายวิสารพิจารณาก่อนที่จะโดนถอดถอน” นายสิระ กล่าว
นายสิระ กล่าวอีกว่า ทางสิทธิมนุษยชนเรียกร้องไม่ให้มีความรุนแรง แล้วได้เห็นหรือยังว่า ส.ส.ฝ่ายค้านได้ใช้ความรุนแรงเป็นแบบอย่างให้เยาวชน และผู้ชุมนุม ดังนั้น ขอให้ออกมาปกป้องผู้ชุมนุมบ้างว่าอย่าเอาอย่างหรือเลียนแบบส.ส.อาวุโสท่านนี้ ทั้งที่ทุกคนก็เรียกร้องว่าอย่าใช้ความรุนแรง ตนเสียใจต่อการกระทำของนายวิสาร ถึงต้องบอกว่าสมน้ำหน้า เจ็บตัวฟรี โดนสังคมประณาม ไม่มีวุฒิภาวะ ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา เหมือนเด็กที่เห็นเพื่อนทำ และการเรียกร้องความสนใจ ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร แผลนี้น่าจะจารึกในหัวใจของท่าน ว่าสร้างความเสื่อมเสียให้ท่าน จึงไม่สมควรที่จะเป็นส.ส.อีกต่อไป