ผบช.น.ชี้ ไม่เอาผิดม็อบขว้างแก้วใส่ “เห็นต่างแต่ไม่แตกแยก”

  • Saxman
  • October 14, 2020
  • Comments Off on ผบช.น.ชี้ ไม่เอาผิดม็อบขว้างแก้วใส่ “เห็นต่างแต่ไม่แตกแยก”

วันนี้ (14 ตุลาคม 2563) เวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมเมื่อวานนี้ว่า มีการจับผู้ชุมนุมไป 21 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ดำเนินคดี 10 ข้อหา และขณะนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดแยกส่งศาลอาญา รัชดา 1 ราย, ศาลแขวงดุสิต 19 ราย และศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง อีก 1 ราย ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ตำรวจต้องเข้าจับกุมผู้ชุมนุม เนื่องจากมีการตั้งวางสิ่งของ เต็นท์ ซึ่งบดบังการมองเห็น และมีกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งออกมากีดขวางผิวการจราจร ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อประชาชน ซึ่งตำรวจที่อยู่บริเวณนั้น ได้สั่งให้ออกจากพื้นที่แล้ว แต่ผู้ชุมนุมไม่ทำตาม จึงต้องดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย

รอง ผบช.น. กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ถูกผู้ชุมนุมฉีดสเปรย์และขว้างแก้วน้ำใส่นั้น ทราบว่า ทาง ผบช.น. จะไม่ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และให้ยึดถืออุดมคติ “อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก”

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการรองรับความรุนแรงนั้น ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ แตกแยกทางความคิดได้ แต่อย่าทะเลาะกันเลย ซึ่งตำรวจจะมีมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเท่าเทียมกันให้กับผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่ม ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมออกมาบอกว่า จะมีการปักหลักค้างคืนในวันนี้ ยืนยันว่าพิจารณาแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถค้างคืนได้เพราะในกฎหมายไม่ได้ระบุไว้ ซึ่งหากการชุมนุมสิ้นสุดลงตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานของผู้ที่กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รอง ผบช.น.กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนย้ายต้นไม้บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า เบื้องต้น หากจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ทางกรุงเทพมหานคร จะเป็นผู้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดผู้ชุมนุมต่อไป ทั้งนี้การชุมนุมดังกล่าวจะมีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ขณะนี้ตำรวจอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาข้อมูล แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับบุคคลกลุ่มใด

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้ชี้แจงกรณีเฟกนิวส์ว่า กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้มีภาพบุคคลใส่เสื้อเหลืองปรากฏอยู่ในทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก พร้อมมีการบรรยายภาพว่าเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนราชการหนึ่ง ซึ่งมาอยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน เป็นผู้ออกคำสั่งให้จัดการกับกลุ่มนักศึกษานั้น ขอชี้แจงว่าบุคคลที่อยู่ในภาพเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจโท ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่หาข่าว และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เป็นการใช้ข้อเท็จจริงและใช้สื่อโซเชียลมีเดียนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จและบิดเบือน ทำให้ประชาชนและบุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่าได้รับคำสั่งพิเศษ หรือมีการสั่งการจากหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งมีอำนาจเหนือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จึงขอฝากประชาสัมพันธ์เรื่องการรับข้อมูลข่าวสารในระยะนี้ให้ติดตามข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงจากหน่วยงานราชการเท่านั้น และให้ใช้วิจารณญาณในการติดตามรับฟังข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์จะต้องตรวจสอบประเด็นข้อสงสัยก่อน โดยสามารถตรวจสอบมายังทีมงานโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บช.น. หรือผู้สื่อข่าว ก่อนจะตัดสินใจเชื่อหรือไม่เชื่ออะไร เพราะอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร และส่วนบุคคล ทั้งนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวมาแสดงตัวกับสื่อมวลชนอีกด้วย

ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมมีทั้งสิ้น 5 เส้นทางหลัก คือ ถนนราชดำเนินกลาง ถนนดินสอ ถนนหลานหลวง ถนนตะนาว และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ขณะนี้ผู้ชุมนุมหลบไปบนพื้นผิวการจราจร เพราะฉะนั้นเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมาเราได้ทำการปิดจราจรในถนนราชดำเนินกลางขาเข้า โดยปิดบริเวณแยกผ่านพิภพ ซึ่งผู้ที่เดินทางจากฝั่งธน เข้ามากรุงเทพมหานคร เมื่อลงจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าแล้ว สามารถเลี้ยวขวาไปที่ถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายถนนเจ้าฟ้า ทั้งนี้บริเวณถนนดังกล่าวค่อนข้างมีปริมาณรถจำนวนมาก จึงขอให้เลี่ยงไปใช้ถนนฝั่งสะพานพระราม 8 ไม่ว่าจะเป็นการข้ามจากฝั่งกรุงเทพฯ ไปฝั่งธน และฝั่งธนไปกรุงเทพฯ หรือเลี่ยงไปใช้สะพานซังฮี้ หรือสะพานกรุงธนได้

นอกจากนี้ยังมีการปิดจราจรชั่วคราวในถนนราชดำเนิน ฝั่งขาออก จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะของมวลชนจากสองฝ่าย จึงขอประชาสัมพันธ์ในช่วงเย็นขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางถนนราชดำเนินทั้งหมด รวมถึงเส้นทางที่เกี่ยวเนื่องกัน อย่างไรก็ตามหากผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนขบวนไปยังจุดอื่นทางเจ้าหน้าที่จะทำการปิดการจราจรชั่วคราวก่อน 1 ทางแยก

Facebook Comments