ชาวบ้านฮือขับไล่ให้ผู้รับเหมา ย้ายแท่นผลิตแอสฟัลต์ติคคอนกรีต (ยางมะตอย) ออกจากลางหมู่บ้าน หลังก่อปัญหาฝุ่นละออง และส่งกลิ่นสร้างความเดือดร้อนมานานนับปี
วันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่ศาลาประชาคมบ้านโคกสาย หมู่ 14 ตำบลหนองแวง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ได้มีชาวบ้านในหมู่บ้านโคกสาย เดินทางมารวมตัวกันทวงถามผู้รับเหมา เจ้าของโครงการสร้างถนน 4 ช่องจราจร สายร้อยเอ็ด – กาฬสินธุ์ ซึ่งได้เช่าที่เอกชน ติดตั้งสายการผลิตแอสฟัลต์ติคคอนกรีต รองรับการก่อสร้างถนนไว้กลางชุมชนมาแล้วนานนับปี ในขั้นตอนของการผลิตได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหมู่บ้านกว่า 70 หลังคาเรือน ประชากรกว่า 300 คน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และเด็ก จากฝุ่นละอองหินปูน และกลิ่นจากการต้มยางมะตอย โดยมีผู้แทนจากฝ่ายปกครออำเภอ ผู้บริหารท้องที่ ผู้บริหารท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งจนท.จากอุตสาหกรรมจังหวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพสต. และผู้ประกอยการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการเข้าร่วมเจรจาหาข้อยุติ
ชาวบ้านบอกว่า ก่อนหน้านี้คนในหมู่บ้านของเราได้รับผล กระทบต่อสุขภาพ ทั้งกลิ่นจากการเผาหรือต้มยางมะตอย และฝุ่นละอองของหินปูน จากฐานการผลิตแอสฟัลต์ติคคอนกรีตดังกล่าว ทนความเดือดร้อนไม่ไหว จึงได้พากันลุกฮือเข้าเจรจากับผู้ประกอบการมาแล้วครั้งหนึ่ง ช่วงเดือน พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนฝ่ายปกครองอำเภอเมืองร้อยเอ็ด นายก อบต.ตำบลหนองแวง ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.หนองแวง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมติชาวบ้านได้ขอให้ผู้รับเหมารื้อถอนแท่นการผลิต ฯ ออกจากพื้นที่ภายในเวลา 5 เดือน แต่ผู้รับเหมาแจ้งว่าเนื่องจาก งานก่อสร้างถนนที่ได้รับสัมปทานใกล้แล้วเสร็จ และยังหาที่ติดตั้งแท่นผลิตฯแห่งใหม่ ไม่ได้ จึงได้ขอโอกาสขยายเวลาจาก 5 เดือนเป็น 7 เดือน แล้วทุกฝ่ายก็ได้ร่วมลงนามไว้เป็นหลักฐาน
กระทั่งเวลาผ่านไปจนเลยกำหนด ที่มีการทำข้อตกลงกันไว้ ผ่านไป 3 เดือน ผู้รับเหมายังไม่รื้อถอน ฐานการผลิต ดังกล่าวตามที่มีข้อตกลงกันไว้แต่อย่างใด อีกทั้งยังมีการเดินเครื่องการผลิตอยู่เป็นระยะๆ แม้จะไม่ทุกวันก็ตาม ทำให้ปัญหายังไม่หมดไป และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนอยู่เหมือนเดิม
ชาวบ้านได้ให้โอกาสมาแล้ว แต่ผู้รับเหมายังเพิกเฉย จึงรวมตัว ทวงสัญญาที่ทำไว้กับผู้รับเหมา ซึ่งผู้รับเหมาบอก ไม่มีเจตนาที่จะเพิกเฉยต่อข้อตกลง แต่เนื่องจากมีงานที่ต้องทำต่อเนื่องและใกล้จะแล้วเสร็จอีกไม่เกิน 2 เดือน น่าจะย้ายแท่นผลิตดังกล่าวออกได้ ประกอบกับวัสดุที่เหลืออยู่ก็ไม่มาก จึงขอความเห็นใจด้วย
การเจรจาไม่มีทีท่าว่าจะยุติ ชาวบ้านยืนยันชัดเป็นเสียงเดียวกันว่าขอให้ ผู้รับเหมาย้ายเครื่องจักรผสมยางมะตอยออกไป ภายในเร็วๆนี้ หากไม่เช่นนั้นจะรวมตัวกันยกระดับการร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับกระทรวงต่อไป