เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ต.ค.63 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จ.ปทุมธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความชัดเจนถึงความพร้อมการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประชุมอยู่ โดยต้องหามาตรการรองรับตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพราะวันนี้สิ่งสำคัญ คือ ความเดือดร้อนในระบบภาคเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว การโรงแรม ซึ่งต้องปรึกษากันดูว่า จะรับได้หรือไม่ แต่ถ้าจะเปิดรับนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวแบบเปิดเที่ยวทั้งเกาะ คงรับไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเฉพาะพื้นที่ หรือเฉพาะหาด ได้หรือไม่ เป้าหมายของเรา จะรับตามแนวทางพื้นที่กักกัน หรือ ควอรันทีน แอเรีย จะได้หรือไม่ ต้องคิดแบบนี้ ไม่อย่างนั้นจะไปไม่ได้ อย่างที่ จ.ภูเก็ต กำลังจะมีเทศกาลกินเจ โดยขอให้เปิดหลังเทศกาลกินเจ คือ หลังวันที่ 25 ต.ค.ไปแล้ว โดยขอให้หารือเรื่องนี้โดยขณะนี้ก็ได้เตรียมมาตรการกันอยู่ว่า จะเข้ามาที่ไหนมาอย่างไร แล้วจะอยู่กี่วัน จะติดตามได้หรือไม่ โดยเลือกเฉพาะที่ปลอดภัย
เมื่อถามว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้านและหลายๆประเทศ เป็นปัจจัยที่ต้องให้พิจารณาตรงนี้ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราไม่ได้เปิดให้เข้ามาทั้งหมด แต่เข้ามาเป็นทริป โดยไม่ได้ปล่อยให้เข้ามาทางชายแดน ไม่ได้ให้คนทั่วไปเข้ามาเที่ยว คนต่างชาติที่จะมาจะต้องถูกควบคุมตั้งแต่ต้นทาง จะต้องมีการตรวจสอบรับรองการกักตัวของเขามาก่อน และเมื่อมาอยู่ในประเทศไทยต้องอยู่ในพื้นที่จำกัดหรือเข้ามาในสถานที่กักตัว ค้างโรงแรมไหน ก็ต้องอยู่โรงแรมนั้น พื้นที่หาดไหน ก็หาดนั้น แค่นั้นก่อน ถ้าไม่ทำอย่างนี้มันจะไปอย่างอื่นได้หรือไม่ ถ้าไม่เริ่ม ก็ไม่ได้อะไรเลย ก็เหมือนเดิม แล้วก็ร้องเรียนว่า มีปัญหา ฉะนั้นประชาชนต้องช่วยกันทั้งหมด มันเป็นห่วงโซ่ ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยว โรงแรมก็ปิด ก็ไม่มีการซื้ออาหาร การกิน น้ำ เครื่องดื่มไม่ได้ใช้ แล้วจะทำอย่างไร ก็ยากจนกันไปหมด
เมื่อถามว่า เบื้องต้นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวที่แสดงเจตนารมณ์อยากเข้ามาเที่ยวประเทศไทย มากน้อยแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็มีแต่ยังไม่เยอะ เราจึงจะเอามาทดลองก่อน เมื่อถึงเวลาที่เขาพร้อมก็จะมาเยอะขึ้น วันนี้เราเอาคนที่มีความพร้อมที่มีน้อยๆ แต่เป็นคนที่มีคุณภาพมีการตรวจสอบที่ดี เป็นทริปเข้ามา มาลงที่ไหนก็ต้องลงที่นั่นไม่ใช่มาลงกรุงเทพฯ แล้วไปต่อภูเก็ต ถ้าไม่ทำก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 2 ก็ต้องเน้นใส่หน้ากากอนามัย