วันที่ 5 ต.ค.63 ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพครั้งที่ 1 พร้อมด้วยพลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอกแอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมประชุม
โดยผู้บัญชาการหารสูงสุดนำแถลงนโยบายตามแนวทางของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม โดยยึดหลัก กองทัพไทยพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูน พระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย และน้อมนำแนวทางพระราชทานมาดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน 6 ด้าน
1. การพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์ ตลอดจนดำเนินการตามแนวทางพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
2. การป้องกันประเทศ
3. การรักษาความมั่นคงของรัฐ
4. การสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ
5. การพัฒนาประเทศ ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ และช่วยเหลือประชาชน
6. การบริหารจัดการกองทัพ
เมื่อถามถึงจะทำความเข้าใจอย่างไร กับคนบางส่วน ที่ยังไม่เข้าใจเรื่องสถาบัน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก ตราบเท่าที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชนและประเทศชาติ เพราะกำลังทหารมีหน้าที่ปกป้องประเทศ ปกป้องรัฐ และประมุขของรัฐ พร้อมย้ำว่ามาตรา 8 ของรัฐธรรมนูญปี 60 บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ซึ่งข้าราชการทหารก็มีขวัญกำลังใจ และปลาบปลื้มในการปฏิบัติหน้าที่
เมื่อถามถึง บทบาทกองทัพกับการเมือง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า เรื่องการเมืองเป็นเรื่องการบริหารประเทศ ตามที่ได้รับมอบตามกฎหมาย ทหารก็เป็นกลไกของรัฐบาล ทหารก็เป็นกลไกในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่วนการเมืองนั้น ทหารไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่จะเกี่ยวข้องกันคือเรื่องความมั่นคงของรัฐ ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของทหาร โดยไม่ต้องมีใครสั่งเพราะเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามถึงบทบาท ส.ว.ของ ผู้บัญชาการเหล่าทัพนั้นจะวางบทบาทอย่างไร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า การเลือกตั้งกำหนดให้มี ส.ว.ให้ผู้มีความรู้ความสามารถมาดูแล คงแค่เป็นห้วงเวลาหนึ่งตามบทเฉพาะกาล ซึ่งเราเป็นตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถบอกได้ว่ามีความเห็นอย่างไร เพราะเป็นข้อกฎหมายที่กำหนดไว้ เมื่อเข้าไปเป็น ส.ว.ก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น ส่วนเรื่องการรับเงินเดือน แนวทางเป็นไปแล้วแต่บุคคลว่าจะพิจารณาอย่างไร ถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่นั้นๆ ด้วย เป็นเอกสิทธิเฉพาะตัวที่จะพิจารณา
ทั้งนี้มีรายงานว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้หารือร่วมกันแล้วจะไม่รับเงินเดือนในตำแหน่งวุฒิสมาชิกโดยผู้บัญชาการเหล่าทัพจะประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นรายบุคคลต่อไปเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคค
เมื่อถามถึงหน้าที่นอกรัฐธรรมนูญ จะให้ความมั่นใจกับประชาชนอย่างไรว่าจะไม่เกิดการปฎิวัติ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าว ขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในแนวทางการดำเนินการอยู่แล้วตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เราปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ทหาร ก็คือประชาชน ทุกอย่างเรามีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เราเชื่อมั่นอย่างที่ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะเป็นการปกครองที่แย่น้อยที่สุดในสังคมโลก เพียงแต่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนพลเมือง มีโอกาสเป็นพลังของแผ่นดินมีสิทธิ และมีคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดี ย้ำว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความคิดของทหารในปัจจุบัน
ส่วนการชุมนุม 14 ตุลาคม เชื่อว่าตำรวจดูแลได้ ยังไม่ต้องถึงขั้นให้ทหารไปดูแล