ชาวสุวรรณภูมิเฮ! “ผุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ อนุสาวรีย์เจ้าแก้วมงคลและอุทยานประวัติศาสตร์เมืองท่งศรีภูมิ“

  • Admin Saxman
  • April 8, 2018
  • Comments Off on ชาวสุวรรณภูมิเฮ! “ผุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ อนุสาวรีย์เจ้าแก้วมงคลและอุทยานประวัติศาสตร์เมืองท่งศรีภูมิ“

โครงการจัดสร้างอนุสาวรีย์เจ้าแก้วมงคลและอุทยานประวัติศาสตร์เมืองท่งศรีภูมิ สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด โดย พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด (ฝ่ายมหานิกาย) ได้ร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดร้อยเอ็ด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตอำเภอสุวรรณภูมิ รวมทั้งภาคประชาชน และเครือข่ายลูกหลานเจ้าแก้วมงคล โดย การนำ ของท่าน อำนวย ปะติเส ที่ปรึกษา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จักได้ร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์ “เจ้าแก้วมงคล” ผู้เป็นปฐมวงศ์แห่งผู้ครองเมืองท่งศรีภูมิ และเมืองอื่นๆในเขตอีสาน ในสมัยอาณาจักรล้านข้างจำปาสัก ต่อเนื่อง ราชอาณาจักรอยุธยา อาณาจักรกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร จวบจนปัจจุบัน ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ลูกหลานเจ้าแก้วมงคล ได้รับใช้ และพึ่งพระบรมโพธิ์สมภาร แห่งราชวงศ์จักรี รับใช้สนองพระราชกรณีย์กิจ ในบทบาททั้งส่วนราชการ นอกราชการ ยาวนานต่อเนื่องกว่า ๒๕๐ ปี

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของจัดสร้าง “อุทยานประวัติศาสตร์เมืองท่งศรีภูมิ” เพื่อเป็นแหล่งศึกษาด้านประวัติศาสตร์และอุทยานการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และสถานปฏิบัติธรรมในเขตอีสานตอนกลาง โดยกำหนดก่อสร้างบริเวณที่ตั้งเมืองเก่า โดยรอบวัดจำปานคร ตำบลทุ่งศรีเมือง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด และเป็นอนุสาวรีย์ที่สะท้อนถึงคุณงามความดี ของบรรพบุรุษ ชาวอีสาน และล้านช้างสองฝั่งโขง ที่ได้อาศัยร่มพระบารมีราชวงศ์จักรี ในการสนองราชกิจและสร้างคุณงามความดี และตัวแทนของความจงรักภักดีต่อราชอาณาจักรไทย นับตั้งแต่ บุตร หลาน และทายาทของเจ้าแก้วมงคล ได้รับโปรดเกล้าฯ จาก พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระราชทาน ยศ บรรดาศักดิ์ แต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองต่างๆ ในเขตอีสานตอนกลาง และตอนเหนือหลายเมือง ล้วนแล้วทายาทของเจ้าแก้วมงคล ล้วนมีความจงรักภักดีและสร้างคุณประโยชน์แก่บ้านเมือง

จนกระทั่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าพระราชทานนามสกุล ในฐานะ ผู้จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี หลายสายสกุล ได้แก่ ธนสีลังกูร ( สายเจ้าเมืองร้อยเอ็ด ), ณ ร้อยเอ็ด ( สาย เจ้าเมืองร้อยเอ็ด), ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม ( สายเจ้าเมืองมหาสารคาม ), รักษิกกะจันทน์ หรือ รักษิกจันทร์, รัตนะวงศะวัต ( สายเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ ), ประจันตเสน (สายเจ้าเมืองชลบถวิบูลย์ หรือ อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ), สุวรรณธาดา ( เจ้าเมืองจตุรพักตร์พิมาน ), สิงหศิริ, นอกจากนี้ ยังมีสายสกุลอื่นๆ อีกมากมาย ที่เป็นเชื้อสาย ทายาท ของ เจ้าแก้วมงคล ในภาคอีสาน อาทิ ขัติยวงศ์, เสนอพระ, นครศรีบริรักษ์ ( สายเจ้าเมืองขอนแก่น ), อุปฮาด, สุนทรพิทักษ์, สุนทรพิพิธ (สายเจ้าเมืองโกสุมพิสัย หลานของเจ้าเมืองร้อยเอ็ด), พิสัยพันธ์ ( สายเจ้าเมืองโพนพิสัย ลูก เจ้าเมืองร้อยเอ็ด ), ไชยสุกา, สุวรรณเลิศ (สายเจ้าเมืองกันทรวิชัย ), เรืองสุวรรณ, เจริญศิริ (สายเจ้าเมืองมหาสารคาม), อัตถากร, สิงคสิริ, สิมะสิงห์, สิระสิงห์, พงษ์สุวรรณ, เรืองสนาม, วลัยศรี, แสงสุระ, สังขศิลา, วรฉัตร, วงศ์ณรัตน์ เป็นต้น
ทั้งนี้ “เจ้าแก้วมงคล” (ลาว : ເຈົ້າແກ້ວມຸງຄຸນ) หรือ เจ้าแก้วบรม (ครองเมืองท่งศรีภูมิระหว่าง พ.ศ. ๒๒๕๖ – ๒๒๖๘) คนท้องถิ่นออกสำเนียงตามภาษาลาวว่า เจ้าแก้วบูฮม เจ้าผู้สร้างเมืองท่งหรือเมืองทุ่งศรีภูมิ (ลาว : ທົ່ງສີພູມ) และเจ้าผู้ครองเมืองทุ่งศรีภูมิพระองค์แรกจากราชวงศ์ล้านช้างเวียงจันทน์ ซึ่งต่อมาทายาทได้ย้ายไปตั้งเป็นเมืองใหม่ชื่อ เมืองสุวรรณภูมิ

ในเอกสารใบลานเรื่องพงสาวดารเมือง (บั้งจุ้มหรือตำนานเมือง) ออกนามเมืองว่า สีวัลลพูม เจ้าแก้วมงคลทรงเป็นปฐมราชวงศ์เจ้าจารย์แก้วของภาคอีสานซึ่งเป็นราชวงศ์หนึ่งที่แยกมาจากราชวงศ์เวียงจันทน์ในอดีต เนื่องจากทรงเป็นปฐมบรรพบุรุษของเจ้าผู้ปกครองหัวเมืองลาวในภาคอีสานมากกว่า ๒๐ หัวเมืองและภาคเหนืออีกหนึ่งหัวเมือง โดยเจ้าแก้วมงคลทรงมีพระราชโอรสที่ปรากฏพระนามอยู่ ๓ พระองค์ ได้แก่

เจ้าองค์หล่อหน่อคำ เจ้าผู้ครองเมืองน่าน (นันทบุรี) ทรงประสูติแต่พระราชมารดาซึ่งเป็นพระราชธิดาในเจ้าผู้ครองนครน่าน เจ้ามืดดำดล หรือท้าวมืด หรือท้าวมืดซ่ง เอกสารบางแห่งออกพระนามว่า เจ้ามืดคำดล เนื่องจากทรงประสูติในวันสุริยุปราคา ทรงดำรงพระยศเป็นเจ้าเมืองท่งศรีภูมิ ลำดับที่ ๒
เจ้าสุทนต์มณี หรือท้าวทน (ทนต์) ดำรงพระยศเป็นอดีตเจ้าอุปฮาดเมืองท่งศรีภูมิ ต่อมาได้เลื่อนเป็นเจ้าเมืองท่งศรีภูมิ ลำดับที่ ๓ และเป็นที่พระยาขัติยะวงษาเจ้าเมืองร้อยเอ็ดพระองค์แรก ทรงเป็นต้นตระกูล ธนสีลังกูร แห่งจังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าแก้วมงคลทรงถึงแก่พิราลัย ณ เมืองทุ่งศรีภูมิ เมื่อ พ.ศ. ๒๒๖๘ ( ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๙ หรือ พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ของราชอาณาจักรอยุธยา ) สิริรวมพระชนม์มายุได้ ๘๔ วัสสา รวมเวลาปกครองเมืองทุ่งศรีภูมิได้ ๑๒ ปี (๒๒๕๖ – ๒๒๖๘) เจ้ามืดดำดล หรือ ท้าวมืด หรือท้าวมืดซ่ง พระราชโอรสพระองค์โตทรงขึ้นครองราชย์เมืองทุ่งศรีภูมิสืบต่อจากพระองค์ต่อไป
หลังจากที่เจ้าแก้วมงคลทรงถึงแก่พิราลัยแล้ว ทายาทบุตรหลานของพระองค์ได้ย้ายเมืองใหม่ไปตั้งเป็นเมืองสุวรรณภูมิในบริเวณใกล้เคียงกันกับเมืองท่งเดิม ในปี ๒๓๑๕ เรียก “เมืองสุวรรณภูมิ” อันเป็นเมืองประเทศราชของกรุงธนบุรี ก่อนถูกลดฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอกในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ทายาทของพระองค์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองและกรมการเมืองจำนวนมาก หลายหัวเมืองที่ทายาทของพระองค์ทรงปกครองได้กลายเป็นจังหวัด อำเภอ และตำบลในภาคอีสานของประเทศไทย เมืองต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ เมืองสุวรรณภูมิราชบุรีประเทศราช (เมืองสุวรรณภูมิ), เมืองร้อยเอ็ด, เมืองชลบถวิบูลย์ (เมืองชลบถ), เมืองขอนแก่น, เมืองเพี้ย, เมืองรัตนนคร} เมืองมหาสารคาม, เมืองศรีสระเกษ, เมืองโกสุมพิสัย, เมืองกันทรวิชัย (เมืองโคกพระ), เมืองวาปีปทุม, เมืองหนองหาร, เมืองโพนพิสัย, เมืองพุทไธสงค์, เมืองผไทสมัน, เมืองบุรีรัมย์ (เมืองแปะ), เมืองเกษตรวิสัย, เมืองพนมไพรแดนมฤค (เมืองพนมไพร), เมืองธวัชบุรี, เมืองพยัคฆภูมิพิสัย (เมืองเสือ), เมืองจตุรพักตรพิมาน (เมืองหงษ์) , เมืองขามเฒ่า, เมืองเปือยใหญ่ (บ้านค้อ), และเมืองนันทบุรี (เมืองน่าน) เป็นต้น
ด้วยเหตุการณ์สำคัญที่ เจ้าแก้วมงคล ได้ตั้งเมืองทุ่งศรีภูมิ (สุวรรณภูมิ) ครบ ๓๐๕ ปี ในปี ๒๕๖๑ นั้น พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด (ฝ่ายมหานิกาย) ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ ประชาชนในเขตอำเภอสุวรรณภูมิ รวมทั้งเครือข่าย “ลูกหลานเจ้าแก้วมงคล” นอกพื้นที่สุวรรณภูมิ และชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เห็นควรพ้องตรงกันว่า เจ้าแก้วมงคล ตลอดจนทายาทของพระองค์ นับตั้งแต่ พระขัติยวงษา, พระรัตนวงษา เป็นต้น ได้มีการไปรับใช้ ปฏิบัติราชการ ด้วยความจงรักภักดีในองค์พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และพระเจ้ากรุงธนบุรี มาอย่างต่อเนื่อง กว่า ๒๕๐ ปี มาแล้วนั้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดี และกตัญญูต่อบรรพบุรุษ รวมทั้งเป็นอุทยานนุสรณ์ แห่งความจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงแสดงออกถึงความสัมพันธ์ของประชาชนทั้งประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านนั้น จึงเป็นเหตุอันสมควรที่จักมีการจัดสร้าง “อนุสาวรีย์เจ้าแก้วมงคล” และ“อุทยานประวัติศาสตร์เมืองท่งศรีภูมิ” ขึ้นที่ บริเวณที่ตั้งเมืองท่งศรีภูมิ ตั้งแต่แรกเริ่ม คือ ตำบลทุ่งศรีเมือง อำเภอสุวรรณภูมิ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความกตัญญู การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย – ลาว รวมการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และการเกษตรแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและอีสานตอนกลางต่อไป อันสอดคล้องกับความต้องการของ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้ง แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง และจังหวัดร้อยเอ็ด
โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้:
๑. เพื่อให้พระอนุสาวรีย์เจ้าแก้วมงคล เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และการพระอนุสรณ์แห่งความกตัญญู ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์จักรี ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย – ลาว ที่สะท้อนความผูกพัน ของประชาชน ผ่านประวัติศาสตร์สองประเทศในปัจจุบัน
๒. เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านพระพุทธศาสนา ผ่านการจัดสร้างพุทธสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์ เพื่อ เป็น สถานปฏิบัติธรรม ที่สอดคล้องกับ “เมืองแห่งแผ่นดินทอง” หรือ “สุวรรณภูมิ”
๓. เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น
๔. เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ ด้านประวัติศาสตร์อีสานตอนกลาง และ “สุวรรณภูมิศึกษา” แก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ตลอดจนชาวต่างประเทศที่สนใจ
ทั้งนี้ การก่อสร้างอนุสาวรีย์เจ้าแกวมงคลนั้น ได้รับการออกแบบ องค์พระอนุสาวรีย์ โดย อ.พิทักษ์ เฉลิมเล่า ประติมากรชำนาญการ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ซึ่ง ผลงานของ อ.พิทักษ์ ที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตา ชาวไทย และชาวโลก มาหลายชิ้นงาน ครุฑยืน ในพระเมรุมาส ของสมเด็จพระปริมินทรมหาภูมิพลมหาราช รัชกาลที่ ๙, ปั้นประติมากรรม“กวนเกษียรสมุทร”หรือเทวตำนานกวนเกษียรสมุทร(Scene of the Churning of the Milk Ocean) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ยังมีผลงาน ปั้นพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขนาด 2 เมตร ประดิษฐานที่กรมสรรพาวุธ กองทัพบก และงาน ปั้นพระฝางจำลอง ขนาดเท่าองค์จริงหน้าตัก 30 นิ้วของศิษย์เก่า วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ประดิษฐานที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ รวมทั้ง ออกแบบและปั้นต้นแบบช้างและสิงห์ ในโครงการพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ จังหวัดสุโขทัย, รูปปั้นองค์พระสัมมาสำพุทธเจ้าปางประสูติประทับยืน ณ ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล เป็นต้น ส่วนด้านการออกแบบฐานองค์พระอนุสาวรีย์ ออกแบบโดย ดร.ภูมิเพชร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม ซึ่ง เป็นทายาท ของเจ้าแก้วมงคล ตลอดจน การอำนวยการจัดสร้างโดย นายวัยวุฒิ อาศรัยผล นายอำเภอสุวรรณภูมิ, การประสานงาน ด้านเลขานุการโครงการ ในพื้นที่อำเภอสุวรรณภูมิ โดย นายสมศักดิ์ ศรีพลัง ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด และหัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่น ปกครอง ประชาชนในพื้นที่ตำบลทุ่งศรีเมือง และอำเภอสุวรรณภูมิ
ทั้งนี้ กำหนดการพิธีวางศิลาฤกษ์ ฐานพระอนุสาวรีย์เจ้าแก้วมงคล นั้น กำหนดในวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ตรงกับ วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ ปี จอ นพศก จุลศักราช ๑๓๗๙ สมโณฤกษ์ ๑๐.๕๙ น. โดยมี พระราชพรหมจริยคุณ เป็น ประธานฝ่ายคฤหัสน์ และ ท่าน อำนวย ปะติเส ที่ปรึกษา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีกำหนดพิธีการ ดังนี้
เวลา ๙.๐๐ น. คณะกรรมการจัดงาน พี่น้อง ประชาชน ลูกหลานเจ้าแก้วมงคล พร้อมผู้มีเกียรติ พร้อมกัน ณ บริเวณพิธี โหราจารย์ และพราหมณ์ทั้ง ๕ คน เข้าประจำที่ศาลเพียงตา, หัวหน้าคณะพราหมณ์ จุดธูปเทียนบูชาอธิษฐาน อัญเชิญเจ้าที่ เทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หัวหน้าคณะพราหมณ์ กล่าวบูชาทิศ บูชาฤกษ์ ป่าวประกาศ เทวดา สังเวยเทวดา และขอพรเทวดา
เวลา ๑๐.๐๐ น. คระสงฆ์ ๑๐ รูป พร้อมบนอาสน์สงฆ์ ประธานในพิธีมาถึง (ท่านอำนวย ปะติเส) ประธานกรรมการจัดงาน พิธีกรเชิญประธานในพีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พิธีกรนำสวดมนต์ไหว้พระรับศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ นำทรายปลุกเสก ไปโปรยภายในศาลเพียงตา ประจำมุมทั้ง ๔ และหลุมวางศิลาฤกษ์
เวลา ๑๐.๕๙ น.สมโณฤกษ์ ประธานในพิธีประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ พระสงฆ์เจริญพระชัยมงคลคาถา พนักงานย่ำฆ้อง กลอง ระฆัง วงโยธวาฑิต (มณฑลทหารบกร้อยเอ็ด) บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ จุดบั้งไฟบวงสรวง เจ้าแก้วมงคล ประธานและแขกผู้มีเกียรติถวายจตุปัจจัยไทยธรรม/ภัตตาหารเพล
เวลา ๑๑.๒๐ น. จัดขบวนแห่ต้นดอกไม้เงิน จากบริเวณพิธีวางศิลาฤกษ์ ไปรอบพระอุโบสถและเจดีย์เจ้าแก้วมงคล พิธีถวายต้นดอกไม้เงิน พิธีรำบวงสรวง เจดีย์เจ้าแก้วมงคลพิธีสรงน้ำขอพระพระสงฆ์ พิธีรดน้ำดำหัวขอพรผู้สุงอายุ และผู้อาวุโสสายลูกหลานเจ้าแก้วมงคล
เวลา ๑๒.๓๐ น. ชมการละเล่นพื้นบ้าน ประเพณีสงกรานต์ไทยโบราณ ท้องถิ่นเมืองท่งศรีภูมิ ชมการแสดง และแข่งขันฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศ ประเภท ๗ คน ถ้วยเจ้าแก้วมงคล ครั้งที่ ๑ และ การแสดงมหรสพ ศิลปินหมอลำกลอน พื้นบ้าน
เวลา ๑๕.๓๐ เสร็จสิ้นการแสด

Comments

comments